โรงรับจำนำ 4.0 เตรียมใช้แอป แจ้งเตือนสินค้าก่อนหลุดจำนำ
โรงรับจำนำในภาพลักษณ์ของเราหลายๆคนในสมัยก่อน คงจะหนีไม่พ้นเป็น สถานที่มืดๆ มีผู้คนที่มีปัญหาทางด้านการเงินเข้าใช้บริการด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล และออกมาด้วยนิ้วหัวแม่มือที่เปื้อนหมึก ต้องรอลุ้นว่า ในแต่ละงวดจะมีเงินจ่ายดอกจ่ายต้นหรือไม่ หรือบางครั้งคนเฒ่าคนแก่หลายๆคนอาจจะหลงลืมเวลานัดแต่ละงวดที่ต้องจ่ายเงิน ทำให้สินทรัพย์นั้นหลุดจำนำไปในที่สุด ซึ่งในเร็วๆนี้ก็จะมีกำหนดการปล่อยแอปแจ้งเตือนสินค้าก่อนหลุดจำนำ เพื่ออำนวยความสะดวก และแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อีกด้วย
สำนักธนานุเคราะห์ (สธค.) โรงรับจำนำของรัฐ ที่ปีนี้มีอายุครบ 63 ปี เตรียมอัปเกรดโรงรับจำนำด้วยการให้บริการด้วยการพัฒนาระบบ Pawn Shop on Mobile แจ้งเตือนทรัพย์จะหลุดจำนำในรูปแบบแอปพลิเคชัน เพื่อรักษาทรัพย์ลูกค้าไม่ให้หลุดจำนำ หรือหลุดจำนำน้อยที่สุด
โดยนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า แอปพลิเคชันจะมาช่วยลดปัญหาสินค้าหลุดจำนำของโรงรับจำนำให้น้อยลง ดังกล่าวจะประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ
ประวัติของลูกค้าที่มาใช้บริการ แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์
รายละเอียดเกี่ยวกับตั๋วจำนำที่ลูกค้ามาใช้บริการ เช่น ดอกเบี้ย และอายุของตั๋วจำนำ รวมทั้งมีระบบแจ้งเตือนเมื่อใกล้วันหมดอายุ
ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ สธค. เช่น โปรโมชันที่น่าสนใจ
และเนื่องในโอกาสใกล้ครบรอบ 63 ปี โรงรับจำนำของรัฐ ยังเตรียมจัดงาน ‘มหกรรมประมูล สธค. โรงรับจำนำของรัฐ โดยนำสินค้าหลุดจำนำกว่า 200 ชิ้น เช่น เครื่องประดับ ทองคำรูปพรรณ ทองคำเจือประดับอัญมณีเพชรพลอย สินค้าแบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก มาเปิดให้ประมูลณ ลานกิจกรรม ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 เวลา 10.00-22.00 น. ด้วย
จะเห็นได้ว่าหลายโรงรับจำนำรวมถึงโรงรับจำนำของรัฐนั้นได้มีการปรับตัว ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จึงได้มีหลาย Solution มาปรับใช้ด้วย และยังมีหลายสาเหตุที่ทำให้คนมาใช้บริการโรงรับจำนำมากขึ้นนั้นก็คือ
สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจในยุคสมัยนี้ย่ำแย่มากถึงมากที่สุด พ่อค้าแม่ค้าขายของยาก ข้าวของแพง คนไม่ค่อยอยากออกมาใช้เงิน ทำให้หลายๆคนหนีไปพึ่งพาโรงรับจำนำกันจำนวนมาก แต่ไม่มีเงินไปไถ่ถอนสินทรัพย์คืนนั่นเองจ้า
ผู้คนหันมาประกอบธุรกิจส่วนตัวหรือธุรกิจออนไลน์กันเยอะ สมัยนี้ ใครๆก็อยากเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร ซึ่งการทำธุรกิจดังกล่าวนั้นต้องใช้เงินลงทุน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีเงินลงทุน บางคนขาดสภาพคล่อง ต้องการหมุนเงิน ต้องไปโรงรับจำนำเอาทรัพย์สินไปจำนำเพื่อแก้ขัดไปก่อน หรือบางคนเมื่อโอกาสมาถึงอาจจะมีความต้องการลงทุนเพิ่ม เพราะอย่างนั้นเงินก้อนจึงสำคัญกับคนกลุ่มนี้มาก
ผู้ที่มีอาชีพรับราชการ บางครั้งอาจจะเกิดวิกฤตชักหน้าไม่ถึงหลัง โรงรับจำนำจึงเป็นเหมือนที่พึ่งลำดับต้นๆ เพราะบางที่อาจจะมีหลายๆค่าใช้จ่ายเข้ามาพร้อมกัน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต ค่าโทรศัพท์ ทำให้ความขัดสนบังเกิด แต่ข้อดีของอาชีพนี้ก็คือจะมีรายได้ประจำทุกเดือน ซึ่งสามารถซื้อทรัพย์สินมาเป็นของตัวเอง แต่ในกรณีที่ขัดสนก็สามารถนำทรัพย์สินเหล่านี้ไปจำนำที่โรงรับจำนำได้เช่นกัน
สำนักธนานุเคราะห์ (สธค.) โรงรับจำนำของรัฐ ที่ปีนี้มีอายุครบ 63 ปี เตรียมอัปเกรดโรงรับจำนำด้วยการให้บริการด้วยการพัฒนาระบบ Pawn Shop on Mobile แจ้งเตือนทรัพย์จะหลุดจำนำในรูปแบบแอปพลิเคชัน เพื่อรักษาทรัพย์ลูกค้าไม่ให้หลุดจำนำ หรือหลุดจำนำน้อยที่สุด
โดยนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า แอปพลิเคชันจะมาช่วยลดปัญหาสินค้าหลุดจำนำของโรงรับจำนำให้น้อยลง ดังกล่าวจะประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ
ประวัติของลูกค้าที่มาใช้บริการ แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์
รายละเอียดเกี่ยวกับตั๋วจำนำที่ลูกค้ามาใช้บริการ เช่น ดอกเบี้ย และอายุของตั๋วจำนำ รวมทั้งมีระบบแจ้งเตือนเมื่อใกล้วันหมดอายุ
ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ สธค. เช่น โปรโมชันที่น่าสนใจ
สถานที่ตั้งของ สธค. ทั้งหมด 39 แห่ง
และเนื่องในโอกาสใกล้ครบรอบ 63 ปี โรงรับจำนำของรัฐ ยังเตรียมจัดงาน ‘มหกรรมประมูล สธค. โรงรับจำนำของรัฐ โดยนำสินค้าหลุดจำนำกว่า 200 ชิ้น เช่น เครื่องประดับ ทองคำรูปพรรณ ทองคำเจือประดับอัญมณีเพชรพลอย สินค้าแบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก มาเปิดให้ประมูลณ ลานกิจกรรม ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 เวลา 10.00-22.00 น. ด้วย
จะเห็นได้ว่าหลายโรงรับจำนำรวมถึงโรงรับจำนำของรัฐนั้นได้มีการปรับตัว ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จึงได้มีหลาย Solution มาปรับใช้ด้วย และยังมีหลายสาเหตุที่ทำให้คนมาใช้บริการโรงรับจำนำมากขึ้นนั้นก็คือ
สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจในยุคสมัยนี้ย่ำแย่มากถึงมากที่สุด พ่อค้าแม่ค้าขายของยาก ข้าวของแพง คนไม่ค่อยอยากออกมาใช้เงิน ทำให้หลายๆคนหนีไปพึ่งพาโรงรับจำนำกันจำนวนมาก แต่ไม่มีเงินไปไถ่ถอนสินทรัพย์คืนนั่นเองจ้า
ผู้คนหันมาประกอบธุรกิจส่วนตัวหรือธุรกิจออนไลน์กันเยอะ สมัยนี้ ใครๆก็อยากเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร ซึ่งการทำธุรกิจดังกล่าวนั้นต้องใช้เงินลงทุน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีเงินลงทุน บางคนขาดสภาพคล่อง ต้องการหมุนเงิน ต้องไปโรงรับจำนำเอาทรัพย์สินไปจำนำเพื่อแก้ขัดไปก่อน หรือบางคนเมื่อโอกาสมาถึงอาจจะมีความต้องการลงทุนเพิ่ม เพราะอย่างนั้นเงินก้อนจึงสำคัญกับคนกลุ่มนี้มาก
ผู้ที่มีอาชีพรับราชการ บางครั้งอาจจะเกิดวิกฤตชักหน้าไม่ถึงหลัง โรงรับจำนำจึงเป็นเหมือนที่พึ่งลำดับต้นๆ เพราะบางที่อาจจะมีหลายๆค่าใช้จ่ายเข้ามาพร้อมกัน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต ค่าโทรศัพท์ ทำให้ความขัดสนบังเกิด แต่ข้อดีของอาชีพนี้ก็คือจะมีรายได้ประจำทุกเดือน ซึ่งสามารถซื้อทรัพย์สินมาเป็นของตัวเอง แต่ในกรณีที่ขัดสนก็สามารถนำทรัพย์สินเหล่านี้ไปจำนำที่โรงรับจำนำได้เช่นกัน

Comments
Post a Comment